สภาพภูมิประเทศของประเทศเกาหลีที่มีลักษณะเป็นคาบสมุทรที่ยื่นออกไปจากทวีปเอเชีย ส่งผลให้เกิดการพัฒนาของลักษณะของประเทศที่เป็นลักษณะเฉพาะตัว รวมถึงการเกิดขึ้นของวัฒนธรรมและศิลปะแบบเกาหลี ที่สามารถเรียกได้ว่าเป็นอัตลักษณ์ของประเทศที่มีลักษณะแบ่งเป็นภาคพื้นสมุทรและภาคพื้นทวีป เป็นเวลากว่าพันปีที่ประเทศเกาหลีได้มีการติดต่อกับวัฒนธรรมพื้นทวีปที่มีอิทธิพลของเอเชีย นอกจากนี้เมื่อเทียบกับประเทศต่างๆในเอเชียที่วัฒนธรรมและศาสนาที่น่าสนใจ ประเทศเกาหลีมีการพัฒนาวัฒนธรรมที่มีความแตกต่างในหลายแง่มุม

จากลักษณะทางภูมิประเทศที่มีทั้งที่อยู่บนภาคพื้นสมุทร และบนภาคพื้นทวีปทำให้คนเกาหลีมีการพัฒนาที่รักสงบ แต่ก็มีพลัง ที่ส่งผลให้เกิดวัฒนธรรมที่มีความนุ่มลึกแต่ก็มีความยิ่งใหญ่ และเป็นวัฒนธรรมที่มีการเปิดกว้างแต่ก็มีคุณค่าในตัวเอง

มรดกโลก

องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติหรือ UNESCO ได้ทราบถึงและยอมรับในลักษณะเด่นที่น่าสนใจของวัฒนธรรมเกาหลี โดยการจัดสถานที่และทรัพย์สมบัติของชาติเกาหลีประเภทอื่นๆ ไว้ในรายชื่อมรดกโลก ในปีค.ศ. 1995 UNESCO ได้เพิ่มวัดพุลกุกซา และวัดถ้ำซอคคูรัม ที่อยู่ในจังหวัดคยองจู วัดแฮอินซา ในจังหวัดคยองซังนัมโด ศาลเจ้าชงเมียว เทวสถานที่เป็นที่บูชาเหล่าบรรพบุรุษเกาหลีแต่โบราณ ในกรุงโซล

พระราชวังชางด๊อกกุง ในกรุงโซล และป้อมฮวาซอง ในจังหวัดซูวอน ได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกในปีค.ศ. 1997 ต่อมาในปีค.ศ. 2000 แหล่งดอลเมนแห่งโคชัง ฮวาซุน และคังฮวา และบริเวณพื้นที่ประวัติศาสตร์คยองจู ที่เป็นศูนย์กลางแห่งอาณาจักรชิลลาโบราณ (57ปีก่อนคริสตศักราช – ค.ศ. 935) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่ถูกเก็บรักษาไว้มาอย่างยาวนาน ต่อมาในปี ค.ศ. 2007 UNESCO ได้ตั้งชื่อเกาะภูเขาไฟที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศว่า “เกาะเจจู” และกล่าวถึงท่อส่งลาวาตามธรรมชาติที่มีความสวยงาม อีกทั้งเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของจักรวาล ในปีค.ศ. 2009 หลุมศพของกษัตริย์ในราชวงศ์โชซอน ถูกเพิ่มลงไปในรายชื่อมรดกโลก ด้วยลักษณะพิเศษของมันที่มีการสร้างตามทฤษฎีโบราณในการแบ่งแยกภูมิประเทศ หรือที่เรียกว่าฮวงจุ้ย

img-01

วัดพุลกุกซา และวัดถ้ำซอคคูรัมถูกสร้างขึ้นโดยใช้ระยะเวลากว่า 23ปี ในปีค.ศ. 751 ซึ่งเป็นช่วงของอาณาจักรชิลลา ภายใต้การปกครองของรัฐมนตรีคิม แด ซอง (ค.ศ. 701-774) มีเรื่องเล่าว่า รัฐมนตรีคิมได้กลับชาติมาเกิดเป็นลูกชายของรัฐมนตรี เพราะเขาเคยเป็นลูกของแม่หม้ายผู้น่าสงสารในชาติที่แล้ว เขาเลยได้กลายมาเป็นรัฐมนตรีในชาตินี้ และก็ได้ลาออกในปีค.ศ. 750 เพื่อดูแลการก่อสร้างของวัดพุลกุกซาเพื่อเป็นเกียรติต่อครอบครัวของเขาในชาตินี้ และสร้างวัดถ้ำซอคคูรัมเพื่อเป็นเกียรติต่อครอบครัวของเขาในชาติที่แล้ว โดยมีการแบ่งหน้าที่ของสองสถานที่นี้คือ วัดพุลกุกซามีจุดประสงค์เพื่อเปิดเป็นสาธารณะเพื่อให้ประชาชนเข้ามาสักการะ ส่วนวัดถ้ำซอคคูรัมนั้น มีจุดประสงค์เพื่อให้เป็นที่สักการะส่วนพระองค์พระราชา และสำหรับวัสดุที่ถูกนำมาใช้สร้างสถานที่ทั้ง2 เป็นการประกอบกันของไม้และหินหลากหลายชนิด

ในวัดพุลกุกซา มีการประดิษฐานของเจดีย์ซ็อคกาทับ ซึ่งเป็นเจดีย์ตามประวัติศาสตร์ของศาสนาพุทธ และ เจดีย์ดาโบทับ ที่เป็นเจดีย์แห่งมหาสมบัติ รวมถึงสะพานชองอุนกโย หรือสะพานสีฟ้า สะพานแบกุนกโยและสะพานชิลโบกโย หรือสะพานที่เต็มไปด้วยขุมทรัพย์ทั้ง7 สถานที่ทั้ง3นี้ถูกเรียกว่าเป็นสะพานเพราะเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อว่าเป็นสิ่งที่เชื่อมต่อโลกที่เป็นทางโลกจริงๆกับโลกที่เป็นทางธรรมเกี่ยวข้องกับศาสนา อย่างไรก็ตามในบริเวณวัดมีสิ่งอื่นที่มีคุณค่าและน่าสนใจอีกมากมายเช่น พระพุทธรูปเคลือปทองสัมฤทธิ์ เป็นต้น

img-02

พื้นที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางลานกว้างของวัดพุลกุกซา คือเจดีย์ 2 องค์ที่ขึ้นชิ่อว่าเป็นเจดีย์ที่สวยที่สุดของประเทศเกาหลี เจดีย์ซ็อคกาทับมีความสูงกว่า 8.3 เมตร และเจดีย์ดาโบทับที่มีคามสูงกว่า 10.5เมตร ซึ่งเจดีย์ทั้ง2องค์ถูกสร้างขึ้นราวปีค.ศ. 756 เจดีย์ซ็อคกาทับถูกสร้างขึ้นภายใต้นัยยะของความแข็งแรงแบบผู้ชาย มีความเรียบง่าย และสง่างาม เป็นสัญลักษณ์ของวิญญาณในอดีตตามคำสอนของพระศรีศากยะมุนี ส่วนเจดีย์ดาโบทับถูกสร้างขึ้นภายใต้นัยยะของความอ่อนโยนของผู้หญิง อีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของความหลากหลายและซับซ้อนของโลกใบนี้

วัดถ้ำซ็อคคูรัม ถูกปรับปรุงเปลี่ยนโฉมใหม่อยู่บ่อยครั้ง วัดนี้เป็นวัดที่ประดิษฐานอยู่ในถ้าหินแกรนิตที่ถูกสร้างขึ้นเองโดยมนุษย์ มีลักษณะโครงสร้างคล้ายวัดพุลกุกซา ประกอบไปด้วยแท่นที่นั่งของพระ ที่ถูกล้อมรอบโดยพระโพธิสัตว์ 38รูป

วัดถ้ำซอคคูรัมประกอบด้วยห้องขนาดเล็กที่สามารถผ่านไปยังห้องขนาดใหญ่ที่มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า และการจัดห้องแบบวงกลมโดยมีหลังคาทรงกลมอยู่ตรงกลาง ถัดจากหินอ่อนที่ถูกสลักก็จะเป็นพระพุทธรูปหลักที่นั่งสมาธิหลับตาไขว้ขาอยู่บนบัลลังก์ดอกบัว และหันหน้าไปทางทิศตะวันออก วัดถ้ำซอคคูรัมแสดงนัยยะของการผสมกันของความรู้ทางด้านสถาปัตยกรรม คณิตศาสตร์ เรขาคณิต ฟิสิกส์ ศาสนา และศิลปะในสมัยชิลลา ที่รวมมาแสดงให้เห็นในผลงานชิ้นเอกทางศาสนาชิ้นนี้

img-03

ชางเคียงมันจอน หรือห้องเก็บของใหญ่ในวัดแฮอินซา ถูกใช้เป็นโกดังเก็บพระไตรปิฎกเกาหลี ประกอบไปด้วยกล่องไม้กว่า 81,258 กล่อง ศีลในศาสนาพุทธฉบับราชวงศ์โกรยอ ที่เขียนโดยอักษรจีนกว่า 52ล้านตัว เป็นที่รวมศีลของศาสนาพุทธที่เก่าแก่และครอบคลุมที่สุดในโลก ณ ปัจจุบัน

ศาลเจ้าชงเมียว ถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ. 1395 3ปีหลังจากการก่อตั้งของราชวงศ์โชซอน ศาลแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานของแผ่นหินจารึกอนุสรณ์ของบรรดาพระราชาและพระราชินี อีกทั้งเป็นสถานที่ที่มักจะประกอบ พิธีกรรมจงมโยเจเร เป็นพิธีกรรมที่ระลึกถึงบรรพบุรุษหรือบุคคลที่สำคัญที่ได้ล่วงลับไปแล้ว โดยพิธีกรรมนี้ถูกนำชื่อไปไว้ในอนุสัญญามรดกที่จับต้องไม่ได้อีกด้วย

img-04

1. วังชางด็อกกุง - ตั้งอยู่ในโซล พระราชวังถูกสร้างขึ้นในช่วงราชวงศ์โชซอน
2. ดอลเมน - ตัวแทนของหลุมฝังศพจากยุคสำริดในเกาหลี
3. ป้อมฮวาซอง – เอกลักษณ์ที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมสมัยใหม่
4. อาณาจักรซิลลาสุสานในคยองจู- พระราชสุสานจากอาณาจักรซิลลาภายในพื้นที่ประวัติศาสตร์คยองจู
5. ชงเมียวศาลเจ้า – ศาลเจ้าขงจื้อของพระมหากษัตริย์และพระราชินีของราชวงศ์โชซอน

พระราชวังชางด๊อกกุง ถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ. 1405 และถูกสร้างและบูรณะใหม่หลังจากถูกเผาไปในปีค.ศ. 1592 ในช่วงการรุกรานโดยญี่ปุ่น พระราชวังมีความสวยงามในตัวมันเอง แต่มีส่วนสำคัญคือสวนที่อยู่ข้างหลังพระราชวัง ที่มักจะถูกเรียกว่า สวนแห่งความลับ ที่ได้รับการสรรเสริญในความสวยงาม และโครงสร้างของสวนที่แสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ และมีลักษณะความเป็นสวนเกาหลีแบบดั้งเดิม ที่ประกอบไปด้วย ความงามดั่งรูปภาพ ศาลา ทางเดิน สระบัว หินที่มีลักษณะเฉพาะตัว สะพานหิน บันได ร่องน้ำและน้ำพุ และล้อมรอบไปด้วยพุ่มไม้ที่หนาแน่น

ป้อมฮวาซอง เป็นป้อมที่ใช้เวลาสร้างกว่า 34เดือน ตั้งอยู่ในจังหวัดซูวอน ทางใต้ของกรุงโซล เป็นป้อมที่สร้างขึ้นด้วยนวัตกรรมที่ทันสมัย มีการทำทฤษฎีทางทหารเข้ามาใช้ รวมทั้งคำนึงถึงความสวยงาม โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างให้เป็นแหล่งศูนย์รวมทางทหารที่มีประสิทธิภาพที่สุดในประเทศเกาหลี

แหล่งดอลเมนแห่งโคชัง ฮวาซุน และคังฮวา บริเวณพื้นที่ประวัติศาสตร์คยองจู ชอลลาบุกโด ชอลลานัมโด และอินชอน ถูกเพิ่มเข้ามาในรายชื่อในปีค.ศ. 2000 คยองจูเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรชิลลาเป็นเวลาหลายพันปี โดยในพื้นที่นั้นถูกเรียกว่าเป็น “พิพิธภัณฑ์ที่ปราศจากกำแพง” เพราะเป็นพื้นที่ที่มีความมั่งคั่งทางประวัติศาสตร์

เกาะภูเขาไฟเชจูและอุโมงค์ลาวาที่มีทั้งหมด 3 แห่งซึ่งมีเนื้อที่กว่า 188,460,000 ตารางเมตร โดยภายในเกาะทั้งหมดจะเรียกทั้งหมดว่า คอมุนโอรึม ภายในอุโมงค์ลาวาจะเป็นเพดานคาร์บอเนตหลากสี ส่วนพื้นและผนังจะเป็นสีเข้ม ลักษณะจะเป็นภูไฟที่โผล่ขึ้นมาจากมหาสมุทร รูปร่างคล้ายกับป้อมปราการซองซานอิลชุลบง ส่วนภูเขาฮัลลาซาน เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศเกาหลีใต้ ภายในภูเขาจะมีน้ำตก มีกลุ่มหินรูปแบบต่างๆและมีทะเลสาบเล็กๆ ซึ่งมีความสวยงามและยังเป็นต้นกำเนิดหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของโลก

img-05

หลุมฝังศพราชวงศ์โชซอน สร้างขึ้นโดยยึดหลักตามลัทธิขงจื้อและอุดมการณ์การปกครองในช่วงเวลานั้น

พุงซู เป็นการทำนายทางภูมิศาสตร์ฉบับภาษาเกาหลี หรือที่เรารู้จักว่า เฟิงสุ่ย ในฉบับจีน โดยเน้นในด้านความงามที่ไม่สามารถหาได้ง่ายๆในหลุมฝังศพในประเทศอื่น หลุมฝังศพสะท้อนให้เห็นถึงทัศนคติทางธรรมชาติ การออกแบบสถาปัตยกรรม ธรรมเนียม และขนาดของวัตถุหิน และในระหว่างช่วงราชวงศ์โชซอน คุณค่าทางวัฒนธรรมของหลุมฝังศพ ซึ่งจะสามารถเห็นความคงสภาพในด้านประเพณี ที่สืบทอดต่อจากบรรพบุรุษตลอดช่วงราชวงศ์โชซอนจวบจนถึงปัจจุบัน

ในเดือนกรกฎาคม ปีพ.ศ.2553 คณะกรรมการมรดกโลก ได้มีการประชุมครั้งที่ 34 ณ เมืองบราซีเลีย ประเทศบราซิล ได้เห็นชอบที่ หมู่บ้านฮาฮเว และหมู่บ้านยางดง ทั้ง 2 หมู่บ้านนี้ ตั้งอยู่ในจังหวัดเคียงซังบุกโด ซึ่งได้เป็นมรดกโลกในด้านวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และแสดงให้เห็นถึงการดำรงหลักลัทธิขงจื้อเป็นศูนย์กลางของชีวิตพลเรือนในยุคโชซอน