โปรแกรมทางวัฒนธรรม
นิทรรศการศิลปะเสมือนจริงของพุทธศิลป์เกาหลี
- วันที่โพสต์พ.ย. 22, 2565

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สาธารณรัฐเกาหลี โดยนายยุน ซองยง ผู้อำนวยการ ร่วมกับกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรมประเทศไทย โดยนายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร จัดนิทรรศการศิลปะเสมือนจริงของเกาหลี ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร นิทรรศการครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน 2565 ถึงวันอาทิตย์ที่ 21 พฤษภาคม 2566 เป็นการนำมรดกทางวัฒนธรรมดั้งเดิมของเกาหลีมาจัดแสดงในลักษณะเสมือนจริง โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการถ่ายทำและอธิบายเรื่องราว จำนวน 2 เรื่อง และเป็นการแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับปฏิมากรรมดั้งเดิมทางพุทธศาสนาของไทยและเกาหลีที่เป็นสัญลักษณ์ทางพุทธศาสนาของไทยและเกาหลีอย่างละหนึ่งองค์

นิทรรศการครั้งนี้เป็นการจัดขึ้นเป็นครั้งแรก สำหรับให้ชาวไทยที่มีความคุ้นเคยกับวัฒนธรรมเกาหลีได้รับชม และในอีกด้านหนึ่งถือว่าเป็นนิทรรศการที่มีความหมายต่อวัฒนธรรม K-Culture เพราะได้นำเอามรดกทางวัฒนธรรมดั้งเดิมของเกาหลีมานำเสนอผ่านภาพยนตร์ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลเสมือนจริง ซึ่งถือว่าเป็นนิทรรศการรูปแบบใหม่ โดยหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะมอบนิทรรศการนี้ให้เป็นโอกาสพิเศษสำหรับชาวไทยและชาวเกาหลีได้เข้าใจวัฒนธรรมพุทธศาสนาดั้งเดิมของทั้งสองประเทศได้ดียิ่งขึ้น พร้อมไปกับวัฒนธรรมดั้งเดิมของเกาหลีในรูปแบบภาพยนตร์ดิจิทัลอันคุ้นเคย ซึ่งท่านสามารถเข้าใจเนื้อหาได้อย่างง่ายดาย


นิทรรศการครั้งนี้มีเนื้อหาที่สำคัญคือ ภาพยนตร์ดิจิทัลเสมือนจริง เรื่อง “การเดินทางของวิญญาณ” และ “ขบวนเสด็จของกษัตริย์” ซึ่งสร้างขึ้นโดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สาธารณรัฐเกาหลี ภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องนี้เป็นการนำข้อมูลจากภาพวาดทางพุทธศาสนากับเรื่องราวของพิธีสำคัญในราชสำนักสมัยโชซอน (ค.ศ.1392-1910) ที่ได้บันทึกไว้ในอึยคเว ซึ่งได้จัดเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ สำหรับนิทรรศการครั้งนี้ประกอบด้วยเสียงและบทบรรยายภาพยนตร์เป็นภาษาไทย ซึ่งจะถูกนำเสนอแบบใหม่ที่มีความสอดคล้องกับบริเวณพื้นที่จริงที่จัดแสดงนิทรรศการ




ภาพยนตร์เรื่องแรก คือเรื่อง “การเดินทางของวิญญาณ” สร้างขึ้นจากเรื่องราวที่เกี่ยวกับแนวคิดและโลกทัศน์ทางพุทธศาสนาของชาวเกาหลี โดยอาศัยภาพวาด “เทพทั้ง 10” ซึ่งเป็นผู้พิพากษามนุษย์ในนรก และภาพวาดพระอมิตาภพุทธะ ซึ่งเป็นภาพวาดพุทธศาสนาดั้งเดิมของเกาหลี และภาพยนตร์เรื่องที่สองคือเรื่อง “ขบวนเสด็จของกษัตริย์” ได้อาศัยภาพวาดเกี่ยวกับพิธีสำคัญๆ ในสมัยราชวงศ์โชซอนที่สะท้อนถึงค่านิยมของแนวคิดขงจื้อ ด้วยฉากของขบวนเสด็จในรัชสมัยกษัตริย์ชองโจ (ครองราชย์ค.ศ.1776-1800) กษัตริย์ลำดับที่ 22 สมัยโชซอน ในคราวเสด็จ ณ เมืองฮวาซอง ซึ่งได้เผยแพร่ในละครอิงประวัติศาสตร์ เรื่อง “นางในใจกล้า” เป็นต้น ขบวนเสด็จถูกถ่ายทอดออกมาอย่างยิ่งใหญ่และงดงามสมจริง ด้วยจอภาพมหึมาเต็มพื้นที่แสดงนิทรรศการ ภาพยนตร์นี้มีเสียง แสง สี ที่ตระการตาอย่างยิ่ง เชื่อว่าจะทำให้ผู้ชมหลงใหลไปกับภาพยนตร์ดังกล่าว และประทับใจรูปแบบการนำเสนอภาพยนตร์อย่างที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน



นิทรรศการครั้งนี้ได้นำภาพยนตร์ดิจิทัลเสมือนจริง ซึ่งเป็นการสร้างในรูปแบบใหม่ ประกอบด้วยการจัดแสดงพระอวโลกิเตศวรของไทยและเกาหลี จำนวนสององค์ในพื้นที่ เพื่อเปิดเผยให้เห็นถึงพุทธศาสนาดั้งเดิมของทั้งสองประเทศและประกาศถึงความสำเร็จทางศิลปกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ ตามความเชื่อพระอวโลกิเตศวรเป็นผู้ที่ช่วยเหลือปวงมนุษย์ให้รอดพ้นจากความทุกข์และภยันตรายต่างๆ ถือว่าเป็นพระโพธิสัตว์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความเชื่อของผู้คนในพื้นที่ต่างๆ ที่วัฒนธรรมพุทธศาสนาได้เผยแผ่ไป พระอวโลกิเตศวร สมัยรวมสามอาณาจักรของเกาหลี และพระอวโลกิเตศวรแบบศรีวิชัยของไทยเป็นประติมากรรมที่แสดงถึงความเชื่อทางพุทธศาสนาอันเป็นรากฐานของไทยและเกาหลี พระอวโลกิเตศวรของเกาหลีนั้นสร้างขึ้นประมาณศตวรรษที่ 9 เป็นพระอมิตพุทธะซึ่งเป็นปางหนึ่งของพระอวโลกิเตศวร ซึ่งปรากฏลักษณะเด่นอันงดงามด้วยการแกะสลักหินแกรนิต และมีชฎาสวมพระเศียร และถือแจกันน้ำอมฤต ส่วนพระอวโลกิเตศวรของไทยนั้นเป็นประติมากรรมที่สร้างขึ้นประมาณศตวรรษที่ 7 เป็นพระอมิตพุทธะเช่นกัน แต่พระอวโลกิเตศวรของไทยนั้นแกะสลักจากหินทราย จึงทำให้มีลำตัวที่เรียบและอ่อนช้อย พระพุทธรูปทั้งสองสร้างขึ้นในยุคสมัยที่แตกต่างกัน โดยช่างคนละคน แต่ก็มีลักษณะร่วมกัน คือ การถ่ายทอดพระเมตตาคุณอย่างชัดเจนในฐานะผู้ที่ช่วยเหลือปวงมนุษย์ให้รอดพ้นจากทุกข์ภัยและภยันตรายต่างๆ


ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการดังกล่าวได้ ณ ห้อง 401 อาคารมหาสุรสิงหนาท พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 21 พฤษภาคม 2566 เวลา 09.00น. - 16.00 น. วันพุธ – วันอาทิตย์ (ปิดวันจันทร์ – อังคาร)